Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง

Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง

2017 IMDB 8 HD

Genres: หนังฝรั่ง


เรื่องย่อ

นักดนตรีหนุ่มสุดหล่อค้นพบความลับพิศวง เขาสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขวันวานได้ทุกครั้งที่ผิดหวัง แต่แล้วเขากลับต้องใช้พลังนี้ถึง 100 ครั้งเพื่อเอาชนะหัวใจของหญิงสาวในฝัน ท่ามกลางความโรแมนติกและบททดสอบแห่งกาลเวลา เขาจะเรียนรู้ว่าความรักที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่การย้อนอดีต แต่คือการก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

ตัวเล่นหลัก
คำถามที่พบบ่อย 5 ข้อ
เนื้อเรื่องของหนัง Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง เป็นอย่างไร?
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของอาโออิ (รับบทโดยมิไร ชิไอดะ) และนากามิเนะ (รับบทโดยเคนโตะ ยามาซากิ) ที่วนลูปเวลากลับไปในวันเกิดเหตุการณ์รถยนต์ชนกันทุกวันที่ 31 กรกฎาคม โดยอาโออิพยายามเปลี่ยนแปลงอดีตเพื่อช่วยนากามิเนะจากการเสียชีวิต แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยโศกนาฏกรรม จนกระทั่งเธอค้นพบความจริงเกี่ยวกับความรักและการเสียสละ
ใครคือนักแสดงและตัวละครหลักใน Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง?
นักแสดงนำคือ มิไร ชิไอดะ รับบทเป็นอาโออิ เด็กสาวที่ติดอยู่ในลูปเวลา และเคนโตะ ยามาซากิ รับบทเป็นนากามิเนะ เพื่อนสมัยเด็กที่เธอพยายามช่วยชีวิต นอกจากนี้ยังมีนักแสดงสมทบอย่างริสะ นาโอโตะ และเรียวตะ โยชิโอกะ ที่รับบทเป็นเพื่อนของทั้งคู่
Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง ฉายเมื่อปีอะไร?
หนังเข้าฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 และต่อมาได้เข้าฉายในประเทศไทยในปีเดียวกัน โดยใช้ชื่อไทยว่า 'ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ'
แนวหนังและกลุ่มเป้าหมายของ Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง คืออะไร?
หนังเป็นแนวโรแมนติกดราม่าผสมแฟนตาซีเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา เหมาะสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบเรื่องราวความรักที่ซับซ้อนและสะเทือนอารมณ์ โดยเฉพาะแฟนหนังญี่ปุ่นที่ชอบพล็อตเกี่ยวกับลูปเวลาและการเสียสละ
มีหนังเรื่องไหนที่คล้ายกับ Kimi to 100-kaime no koi (2017) ย้อนรัก 100 ครั้ง ก็ยังเป็นเธอ ย้อนรัก 100 ครั้ง บ้าง?
หนังที่คล้ายกันคือ 'Your Name.' (2016) ที่มีธีมการเชื่อมโยงข้ามเวลาและความรัก, 'The Girl Who Leapt Through Time' (2006) ที่เกี่ยวกับการกระโดดข้ามเวลา, และ 'Orange' (2015) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการส่งจดหมายข้ามเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต

ความคิดเห็น (0)

ให้คะแนน:
0/800
🎬 AI